542/2544 ลักษณะของหลอดกาแฟที่จำเลยที่ 2 ตัดแล้วจำนวน350 หลอด
และกำลังตัดขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
เท่ากับความยาวของหลอดกาแฟที่ใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด
ที่สายลับล่อซื้อมาได้จากห้องพักที่จำเลยทั้งสองอยู่ด้วยกัน
ลักษณะของหลอดกาแฟที่ตัดไม่สามารถนำไปใช้ทำประโยชน์อื่นใดได้นอกจากใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนแบ่งขายให้แก่ผู้ซื้อเท่านั้น
เมื่อจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย การที่จำเลยที่
2 ตัดหลอดกาแฟเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไว้ใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนขายแก่ผู้ซื้อ
จึงเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ขณะกระทำความผิดแล้วแม้ไม่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่
1ในการขายเมทแอมเฟตามีน แต่หลอดกาแฟที่จำเลยที่ 2ตัดไว้สามารถนำไปใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนเพื่อขายการกระทำของจำเลยที่ 2
จึงเป็นการสนับสนุนการมีไว้เพื่อขายของจำเลยที่ 1(ม.86)
บล็อกนี้ทำขึ้นเพื่อรวบรวมคำพิพากษาของศาลฎีกาย้อนหลังเป็นเวลาประมาณ10ปีจนถึงปัจจุบัน โดยจัดเป็นหมวดหมู่เป็นรายวิชาเพื่อให้ง่ายแก่การค้นคว้า อีกทั้งยังรวบรวมบทความที่น่าสนใจไว้อีกด้วย
วิชา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม , พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ,พ.ร.บ. จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 สามารถค้นหาคำพิพากษาฎีกาภายใน 1o ปี หลังสุดได้แล้วครับ จะเร่งเพิ่มวิชาต่อไปให้เสร็จตามมาเรื่อยๆครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาญา2544 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาญา2544 แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555
คำพิพากษาฎีกาที่129/2544
129/2544 จำเลยที่ 2 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 และอาศัยอยู่ในบ้านเกิดเหตุด้วยกัน
การที่จำเลยที่ 1 ให้นั่งนับเงินจำนวนมากเป็นแสนบาทต่อหน้าคนแปลกหน้าและในบริเวณนั้นมี
เมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ดบรรจุถุงพลาสติกจำนวนถึง 20 ถุงวางให้เห็นอยู่เช่นนี้ จำเลยที่ 2น่าจะเข้าใจได้ว่าเป็นการนับเงินที่จำเลยที่
1 จะได้จากการจำหน่ายยาเสพติดซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2ได้ในขณะที่กำลังนับเงินของกลางโดยจำเลยที่
2 ให้การรับว่าช่วยนับเงินที่ผู้ซื้อเมทแอมเฟตามีนส่งมอบให้
จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่
1 จำเลยที่ 2
จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการพยายามกระทำความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติด(ม.86)
คำพิพากษาฎีกาที่8275/2544
8275/2544 จำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้ติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุเพื่อได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์เท่านั้น
จะถือว่าจำเลยที่ 1
ร่วมยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่เกิดเหตุร่วมกับจำเลยที่ 2 หาได้ไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่
1 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า
เขตป่าสงวนแห่งชาติมีลำน้ำเป็นแนวเขตและมีหลักเขต
พร้อมแผ่นป้ายแสดงแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติไว้ชัดเจน
โดยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น จึงเชื่อว่า จำเลยที่ 1
ทราบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ
การที่จำเลยที่ 1 ติดต่อหารถแทรกเตอร์ไปไถที่ดินที่เกิดเหตุ
แม้จะทำเพื่อหวังประโยชน์ตอบแทนจากเจ้าของรถแทรกเตอร์ดังที่จำเลยที่ 1 นำสืบ
ก็ถือได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 2
กระทำความผิด จำเลยที่ 1
จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
คำพิพากษาฎีกาที่5719/2544
5719/2544 เมทแอมเฟตามีน 2 ถุง จำนวน 4,000 เม็ด ฝังดินอยู่ข้างบ่อน้ำในบริเวณรั้วบ้านของจำเลยที่ 2
ตามที่จำเลยที่ 2 ชี้จุดที่ซุกซ่อน เมทแอมเฟตามีนให้เจ้าพนักงานตำรวจถ่ายรูปไว้
และจำเลยที่ 2 และที่ 3 เสนอให้เงินเจ้าพนักงานตำรวจ 200,000
บาท เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3
ซึ่งเป็นสามีภริยาอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน
แสดงพฤติการณ์ว่าต่างยอมรับการกระทำของแต่ละฝ่ายเป็นการกระทำของตน
จึงเป็นตัวการกระทำความผิดด้วยกันในการสนับสนุนให้จำเลยที่ 1
กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย(ม.83,86)
คำพิพากษาฎีกาที่6984/2544
6984/2544 จำเลยชักพาผู้เสียหายและ ส.
คนรักผู้เสียหายไปยังกระท่อม ต่อมา ส. กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีจึงคิดจะกลับ
ขณะที่ ส. กำลังติดเครื่องรถจักรยานยนต์และผู้เสียหายจะนั่งซ้อนท้าย
จำเลยได้เข้ามาล็อกคอผู้เสียหายลากลงมาและกอดปล้ำผู้เสียหาย จากนั้นมี ต. จ. ช.
เข้ามาจับแขนขาพาไปที่แคร่ข้างกระท่อมช่วยกันถอดกางเกงผู้เสียหายแล้ว ต.
ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนแรกโดยมี ช. ช่วยจับแขนขาผู้เสียหาย
ระหว่างนี้จำเลยซึ่งอยู่บริเวณแคร่ได้ตะโกนบอกให้ จ. ไปตามหา ส.
ซึ่งหนีออกไปหาคนช่วยเหลือแล้วจำเลยและ จ. วิ่งออกไปสะกัดกั้นมิให้ ส.
ไปร้องขอความช่วยเหลือได้ หลังจาก ต. กระทำชำเราเสร็จแล้ว ช.
ได้กระทำชำเราเป็นคนต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยจะมิได้ช่วยจับแขนขาผู้เสียหายระหว่างที่
ต. หรือ ช.
ทำการกระทำชำเราแต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวนับได้ว่าเป็นตัวการในการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 276 วรรคสอง แล้ว(ม.83)
คำพิพากษาฎีกาที่7819/2544
7819/2544 ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1
และที่ 3 มาจากบ้านด้วยกันและนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาด้วย
แม้จำเลยที่ 3 จะมิได้ร่วมเจรจาในการซื้อขายกับสายลับและผู้ล่อซื้อ
แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้รู้เห็นและมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่
1 และได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่ผู้ล่อซื้อ
ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำตาม ป.อ. มาตรา 83
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)