วิชา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม , พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ,พ.ร.บ. จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 สามารถค้นหาคำพิพากษาฎีกาภายใน 1o ปี หลังสุดได้แล้วครับ จะเร่งเพิ่มวิชาต่อไปให้เสร็จตามมาเรื่อยๆครับ

จำหน่ายเอกสารรวมคำพิพากษาฎีกา 10 ปี ล่าสุด แยกเป็นรายวิชา

จำหน่ายเอกสารรวมคำพิพากษาฎีกา 10 ปี ล่าสุด แยกเป็นรายวิชา
www.lawbooks-by-mrt.blogspot.com

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6783/2552


6783/2552     ในขณะโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย  นายทะเบียนได้ขีดชื่อบริษัทจำเลยออกจากทะเบียนแล้ว  อันเป็นผลทำให้บริษัทต้องเป็นอันเลิกกัน  แต่เมื่อการเลิกโดยเหตุที่นายทะเบียนขีดชื่อนั้น เป็นการเลิกโดยเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย   จึงต้องมีการชำระบัญชีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1251   และมาตรา 1249 บัญญัติไว้ว่า แม้ว่าบริษัทจะเลิกกันแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี   เมื่อปรากฎว่ายังไม่มีการชำระบัญชีของจำเลย จึงถือว่าบริษัทคงตั้งอยู่ตลอดมา   โจทก์จึงมีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป
 http://deka-by-mrt.blogspot.com

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ14 พฤศจิกายน 2555 14:21

    แล้วเวลาฟ้องเราต้องฟ้องเป็น บริษัท เดี่ยวๆ หรือฟ้องเป็น บริษัท โดยนาย ก ผู้ชำระบัญชีครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอโทษทีครับ เพิ่งเห็นคำถามนี้ครับ เนื่องจากตรงส่วนความคิดเห็นล่าสุดมีปัญหาไม่แสดงผลครับ
      ที่จริงแล้วจุดประสงค์ของเว็บบล็อกนี้ก็เพื่อเผยแพร่บทความที่เป็นประโยชน์ที่น่าสนใจให้กับผู้ที่สนใจเท่านั้นอะครับ ไม่ได้มีจุดประสงค์ไว้ตอบปัญหากฎหมายอะครับ เพราะผมไม่กล้าตอบอะครับ ไม่ัมั่นใจว่าสิ่งที่ตอบไปนั้นจะถูกหรือเปล่า รอผู้รู้จริงๆช่วยตอบจะชัดเจนกว่านะครับ

      แต่ความเห็นส่วนตัวของผมซึ่งไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า เห็นว่า กรณีจะฟ้องบริษัทเมื่อเลิกกันไปแล้วแต่ยังชำระบัญชีกันอยู่ บริษัทนั้นยังมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ ตาม ป.พ.พ. ม.1249 ก็สามารถฟ้องบริษัทเป็นจำเลยได้ครับ
      ส่วนผู้ชำระบัญชีนั้ัน ป.พ.พ. ม.1250 บัญญัติว่า"หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือ ชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น"
      และ มาตรา 1259 บัญญัติว่า "ผู้ชำระบัญชีทั้งหลายย่อมมีอำนาจดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
      (1) แก้ต่างว่าต่างในนามของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในอรรถคดีพิพาทอันเป็นแพ่งหรืออาญาทั้งปวง และทำประนีประนอมยอมความ
      ............................ "
      ดังนั้น ก็ควรฟ้อง ผู้ชำระบัญชีเป็นจำเลยไปด้วยครับ ไม่ใช่ฟ้องบริษัทเดี่ยวๆ
      ความเห็นส่วนตัวจริงๆครับผม ผิดก็น้อมรับครับ

      ลบ